เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล

 

                เมื่อเดือนที่แล้วผมไปนอนโรงพยาบาลมา หมอบอกว่าเป็นมาลาเรีย มาลาเรียมีอยู่สองชนิด ชนิดแรกเป็นแบบขึ้นสมอง อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้ารักษาทันก็สามารถทำให้หายขาดได้ กับอีกชนิดเป็นแบบลงกระเพาะ ไม่อันตรายเท่าชนิดแรก แต่ถ้ารักษาหายแล้ว ก็อาจกลับมาเป็นอีก...

                ผมเป็นชนิดที่สอง ครั้งแรกที่เป็นผมบอกกับทุกคนเลยว่า เป็นครั้งเดียวก็พอแล้ว แต่เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องมาเป็นครั้งที่สอง ก็ได้แต่ถามว่าทำไม ทำไม เกิดอะไรขึ้นกับชีวิต นึกโทษหลายๆ สิ่ง คิดอยากกลับไปแก้ไขอดีตซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ‘รู้อย่างนี้ไม่น่าไปเลย’

                ผมไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่คลิตี้ คลิตี้เป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากการที่โรงแต่งแร่ปล่อยน้ำเสียจนชาวบ้านใช่น้ำไม่ได้ หมอไม่แน่ใจว่าเชื้อที่อยู่ในตัวผมเป็นชนิดดื้อยาหรือเป็นเพราะผมไปรับเชื้อตัวใหม่จากการลงไปที่คลิตี้อีกครั้ง

                แต่สุดท้ายก็ต้องนอนโรงพยาบาล

                วันต่อมาแม่มาหาผมที่โรงพยาบาล แม่เล่าเรื่องเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้ฟัง เด็กผู้หญิงคนนั้นไปเรียนพิเศษที่สิงคโปร์ช่วงปิดเทอม หลายคนน่าจะเคยได้ฟังข่าวนี้ เพราะเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เธอชื่อธันย์ เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตอนนั้นเธอต้องเบียดกับคนจำนวนมากเพื่อขึ้นรถไฟฟ้า และด้วยความที่เธอตัวเล็ก เธอจึงถูกเบียดตกลงไปในรางรถไฟ

                รถไฟฟ้าวิ่งทับขาเธอขาดทั้งสองข้าง!

                ดีที่เธอมีสติ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนที่เธอรู้จักเพียงคนเดียวในสิงคโปร์...ผมคิดว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งมาก

                แม่เล่าต่อว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นและครอบครัวได้ไปออกรายการของคุณสรยุทธ พ่อแม่ของเธอเสียใจ แต่เธอบอกแม่ว่า ‘แม่จะร้องไห้ทำไม ดูขาของหนู น่ารักจะตาย’ เธอกับขาเล็กๆ ที่เหลือยู่ของเธอ

                ผมหันมาดูที่หลังมือซ้ายของตัวเองที่มีท่อเจาะไว้สำหรับเอาเลือดไปตรวจ (หมอบอกว่าเวลามาเอาเลือดจะได้ไม่ต้องเจาะอีก แต่ผมไม่เคยเห็นเขามาเอาเลือดจากตรงนั้นสักที มาถึงก็แทงเข็มใหม่ตลอด) ความเจ็บมันเทียบกันไม่ได้เลย

                แม่กลับไป ผมยังคงคิดเรื่องนี้อยู่ ผมคิดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผมทุกข์ สาเหตุที่ทำให้ผมทุกข์นั้นเกิดการการที่ผมเพ่งมองความทุกข์ของตัวเองมากเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความทุกข์ของผมอาจเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ยิ่งเราจ้องมัน ยิ่งเข้าไปใกล้ ความทุกข์ก็ดูใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกัน เราก็มองไม่เห็นว่าคนอื่นก็กำลังทุกข์เหมือนเรา หรือภายนอกจุดความทุกข์นั้น ยังมีความสุขที่มากกว่าหรือไม่...

                คล้ายกับว่ามีเพียงเราบนโลกนี้ที่กำลังเผชิญอยู่กับความทุกข์ และเป็นทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

                หลายคนคงจะเคยฟังเรื่องราวชีวิตของคนที่ทุกข์กว่า แล้วรู้สึกว่า ชีวิตของเรายังดีกว่ามาก ผมคิดว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยให้เราถอยออกมา มองในมุมที่กว้างขึ้น

                ผมทำตามที่แม่แนะนำ ผมออกไปที่ระเบียง มองออกไปนอกหน้าต่าง มองลงไปข้าง มีสวนหย่อมเล็กๆ อยู่ตรงนั้น แสงแดดส่องลงมากระทบม้าหินอ่อน ผมยิ้มให้พุ่มไม้ ผมยิ้มให้ลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เอนตัวลงนอนที่ม้านั่งติดระเบียง มองท้องฟ้า เห็นก้อนเมฆที่ขาวลอยผ่านมา ผมยิ้มให้ก้อนเมฆ

                แล้วนึกสงสัยว่า ทำไมที่ผ่านมา ผมถึงลืมความสุขง่ายๆ พวกนี้ไป...

                อาจเพราะใช้ตามากเกินไป

                ใช้หูมากเกินไป

                ใช้ลิ้นเพื่อชิมรส

                แต่ลืมใช้ใจเพื่อสัมผัสสิ่งต่างๆ

                ผมนึกถึงคำพูดของสุนัขจิ้งจอกในเรื่องเจ้าชายน้อย...

                “สิ่งสำคัญ ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยดวงตา”

               

                และความสุขนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

 

-----------------------------------------------

 


Comment

Comment:

Tweet

ความสุขง่ายๆ-เล็กๆ ในลักษณะดังกล่าว
ผมเองก็เคยได้สัมผัสเหมือนกันครับ... แต่ก็ไม่ทุกครั้งไป
(ถ้าได้แบบนั้นชีวิตคงสงบกว่านี้)

ยิ่งจากจุดที่อยู่ในห้วงความทุกข์ (เช่นที่คุณฟองจันทร์)ประสบ
ผมก็มักจะสัมผัสมันได้ยากเหลือเกิน
...แต่หวังว่าสักวันหนึ่งคงทำได้ครับ

Hot!

#7 By skullman on 2011-12-06 18:27

อ้อ! ขอให้หายเร็วๆ นะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
คนเราลืมสัมผัสจริงๆ
เห็นด้วยทุกประการค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#4 By cesarmonsters on 2011-07-23 01:13

เป็นคนธรรมดานี่แหละสุขsad smile

#3 By Live a Live on 2011-07-22 23:12

แจ๋วมาก Hot! Hot!
ความทุกข์ไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน
ผ่านมาแล้วก็ต้องผ่านไป
และเมื่อผ่านมันไปแล้วหันหลังกลับไปมอง
มันจะเป็นแค่เรื่องเล็ก
เมื่อเทียบกับตอนที่มันยังอยู่ตรงหน้าเรา

#2 By Nirankas on 2011-07-22 13:31

Hot! Hot! Hot!

ชอบตรงที่เขียนว่า

"สาเหตุที่ทำให้ผมทุกข์นั้นเกิดการการที่ผมเพ่งมองความทุกข์ของตัวเองมากเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความทุกข์ของผมอาจเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ยิ่งเราจ้องมัน ยิ่งเข้าไปใกล้ ความทุกข์ก็ดูใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกัน เราก็มองไม่เห็นว่าคนอื่นก็กำลังทุกข์เหมือนเรา หรือภายนอกจุดความทุกข์นั้น ยังมีความสุขที่มากกว่าหรือไม่"

เป็นคำพูดที่ดีมากเลยนะคะ

#1 By 岡✦ on 2011-07-22 13:27