พรรคอยู่แม้น! (กรุณาออกเสียงเป็นสำเนียงอังกฤษ)

 

            เมื่อเดือนที่แล้วมีการเลือกตั้งประธานนักเรียน ทุกห้องส่งตัวแทนเพื่อลงสมัคร และทุกเช้า หน้าเสาธง จะมีการเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มขึ้นพูดหาเสียง ผมเอาใจช่วยห้อง 6/6 ซึ่งเป็นห้องที่เรียนดีที่สุดในระดับชั้น ทว่า คะแนนนิยมกลับตกไปอยู่ที่ห้อง 6/4 เหตุเพราะผู้สมัครกลุ่มนี้พูดจาถูกใจเด็กส่วนใหญ่ในโรงเรียน...

          ผมรู้สึกไม่พอใจกับผลเลือกตั้ง ปรามาสว่าคนกลุ่มนั้นจะไปทำอะไรได้ ไม่มีนโยบาย ดีแต่พูดถากถางกลุ่มอื่นเพื่อเรียกคะแนน ที่น่าเศร้าคือ คนส่วนใหญ่ก็ชอบอกชอบใจกับการกระทำเช่นนี้ด้วย ผมค่อนข้างสิ้นหวัง ได้แต่จำยอมกับผลการตัดสิน นึกดูถูกเสียงที่เลือกกลุ่มนี้ให้เข้ามาเป็นประธานนักเรียน มีแต่พวกโง่เท่านั้นแหละที่เลือกมัน พวกชอบความคึกคะนอง ไม่นึกถึงอนาคต

            ผมไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ สงสัยในประชาธิปไตย หากทุกคนเห็นดีเห็นงามกับความล่มจม เราก็ควรยอมรับมันอย่างนั้นหรือ อะไรคือประชาธิปไตย

 

..............................

 

            อีกมุมหนึ่ง หากมีกระจกสะท้อนตัวเอง ณ ช่วงเวลานั้น มีหลายสิ่งที่ผมทำผิดพลาดและมองข้ามไป

           

            ข้อ 1 ผมตัดสินกลุ่มประธานนักเรียนนี้ด้วยพื้นเพการกระทำก่อนหน้า ทั้งที่ยังไม่ทันจะได้เห็นเขาทำหน้าที่ในโรงเรียนจริงๆ

           

            ข้อ 2 ผมดูถูกเสียงส่วนมาก เพราะคิดว่ากลุ่มที่ตัวเองเลือกนั้นดีที่สุด และไม่มีใครควรจะได้นอกจากกลุ่มนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง เสียงทุกเสียงก็เลือกกลุ่มที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดทั้งนั้น (ยกเว้นในการเลือกตั้งบางอย่างที่แทบจะหาคนดีไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดจาก เลือกคนดีที่สุด มาเป็นเลือกคนเลวน้อยที่สุด เนื่องจากอย่างไรเสีย เราก็ยังต้องการคณะทำงานเพื่อเป็นฟันเฟืองให้สังคมเดินหน้าต่อ)

           

            ข้อ 3  เมื่อผลคะแนนออกมา ผมไม่ควรปรามาสกลุ่มที่ถูกเลือก และดูถูกเสียงส่วนใหญ่(ที่เห็นต่างจากผม) แต่ผมควรยอมรับในความคิดเห็น คอยดูผลงาน ทำความเข้าใจ เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่กฎหมู่ ประชาธิปไตยเป็นระบอบสังคมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยให้ความเห็นทุกความเห็นอยู่ร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่เพื่อให้เกิดความขัดแย้งจากหลายความเห็น เราจึงควรพูดคุย รับฟัง หาจุดกึ่งกลาง ไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าทางนั้นจะมีเสียงมากหรือน้อยกว่า

            ที่สำคัญ จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลยที่ต้องทนอยู่ในสภาพการต้องจำยอม เพราะผมไม่ควรจำยอมกับผลคะแนน หากแต่การยอมรับต่างหาก เป็นสิ่งที่ผมควรกระทำ ไม่เช่นนั้น ทั้งโรงเรียนก็คงเกลียดกัน ทำร้ายกันง่ายๆ ด้วยเรื่องที่ชอบบางสิ่งไม่เหมือนกัน ซึ่งแน่นอน ผลคะแนนที่ออกมานั้นหลากหลาย ทั้งโรงเรียนไม่ได้เลือกกลุ่มเดียวกันหมด เพราะฉะนั้น หากจะก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปให้ได้ ผมคิดว่าตัวเองก็ต้องยอมรับมันจากใจ ไม่ใช่การจำใจยอม...

 

 

-----------------------------------------------

 


Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

(เชื่อเลยว่าคนที่ผมรู้จักบางคนจะจำแนก-มอบหมายสีเสื้อ พร้อมคำก่นด่าให้เจ้าของบทความได้อย่างไม่ลังเล)

...นี่เป็นเรื่องที่ผมเบื่อเหลือเกิน
"นี่" ที่ว่า ไม่ใช่ "การเมือง" หรอกครับ
แต่เป็นความหมกมุ่นกับ
"ประเด็นโต้แย้งและการทำลายอีกฝ่าย"
ซึ่งเป็นแค่ส่วน(แย่ๆส่วนหนึ่ง)ของ "การเมือง" เท่านั้น

--ยกตัวอย่างคนรู้จักของผม 2 คน--

2 คนนี้รับข้อมูลมาจากต่างที่-ต่างจุดประสงค์
แล้วก็มาก่นด่ากันอย่างคลั่งแค้น
ทว่าสิ่งที่เห็นคือเจ้า 2 คนที่ว่านี้ล้วนใช้ชีวิตเหมือนกัน
มีความสุข-ความทุกข์คล้ายกัน
(อย่างเช่น
+มีเงินเยอะแล้วสุข
- ญ.ทิ้งแล้วทุกข์
+ ทีมบอลที่ตัวชอบชนะแล้วสุข
- ไม่ได้ช็อปปิ้งตามแรงกิเลสแล้วทุกข์
+ เจ้านายชมแล้วสุข
- ไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วทุกข์
*เป็นต้น)

...คือ แนวคิด/หนทางในการดำรงชีวิตเหมือนกัน,
ในสังคมที่มีระบบโครงสร้างเดียวกัน
พูดง่ายๆคือดูแล้วแทบไม่รู้ว่าใครเสื้อสีอะไร(ถ้าไม่ตะโกนปาวๆ)
และการเมืองกระทบชีวิตของเขาอย่างไรบ้าง
แต่กลับพูดจากันเผ็ดร้อนด้วยข้อมูลมากมายอย่างใส่อารมณ์
...น่าแปลกดีเหมือนกันครับ

ผมเห็นด้วยเหลือเกินว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
และต้องคิด/วิเคราะห์/อภิปรายกันอย่างจริงจัง
แต่ถึงอย่างนั้น การวิเคราะห์ชีวิตตนเองให้ถ่องแท้ก่อน
ย่อมจำเป็นกว่า
ทว่าก็ทำกันบ้าง ไม่ทำบ้าง ....
(เดาว่า เรื่องผิดพลาด/สกปรก/แย่ๆทั้งหลายแหล่
ของตนเอง คงพูดไม่สนุกปากเท่าของนักการเมืองมั้งครับ)

#6 By skullman on 2011-12-06 19:06

ถ้าคนไทยส่วนใหญ่คิดได้แบบคุณฟองจันทร์
บ้านเมืองคงจะไม่วุ่นวายปานนี้
Hot!
จากคนไทยในลาว

#5 By Nirankas on 2011-07-22 14:20

ทุกคนต่างมีหน้าที่ครับ สิ่งที่เราทำได้ ไม่ใช่แค่ยืนดูสิ่งตรงหน้าเป็นไป แต่เราต้องเป็นส่วนหนึ่ง ระแวดระวัง และ ส่งเสียงเล็กๆ ของเราบ้างเมื่อจำเป็น เป็นหูเป็นตา ซึ่งบางทีอาจจะมีคนมองผ่าน ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ

ประชาธิปไตย ไม่ต้องอื่นไกล เริ่มต้นได้แม้แต่ในบ้านconfused smile

#4 By นู๋ดำ ดอท X-Teen on 2011-07-17 22:48

เราก็ไม่พอใจกับประชาธิปไตยที่ตนเองต้องเป็นฝ่ายยอมเหมือนกัน
เฮอะ... ได้แต่นึกคำนี้อยู่ในใจ
ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากใส่ใจ

#3 By TIME'S on 2011-07-06 22:01

~~~

#2 By il (125.24.47.26) on 2011-07-04 23:15

สุดท้าย คนเราทำอะไรไว้ ก็ต้องได้อย่างนั้น ก็คอยดูต่อไป ก็ใช้พลังเงียบ ทำดีปิดทองหลังพระไป สักวัน ทองก็ล้นมาอยู่หน้าพระ เอง

#1 By Live a Live on 2011-07-04 23:13